Author Archives: admin

‘Pavegen’ เทคโนโลยีสุดเจ๋งช่วยโลกสร้างพลังงานไฟฟ้าจากการเดิน

เทคโนโลยีพลิกโลก (disruptive technologies) คือหนทางดีสุดที่จะเปลี่ยนทัศนคติเรื่องพลังงาน ลดความวางใจในการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและโรงไฟฟ้า” ลอเรนซ์ เคมบอลล์-คุก(Laurence Kemball-Cook) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอบริษัทผู้ผลิต Pavegen อุปกรณ์ผลิตกระแสไฟฟ้าจากการ เหยียบ

ลักษณะภายนอกของอุปกรณ์เป็นแผ่นบางๆ วางราบบนพื้น กลมกลืนกับพื้นผิวโดยรอบ แต่ด้านล่างมีอุปกรณ์ที่สามารถเปลี่ยนพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่เป็นพลังงานไฟฟ้า ไม่ว่าจากการเดินผ่าน กระโดด เหยียบ ย่ำ หรือเคลื่อนที่ และนำมาเก็บไว้ในแบตเตอรี่ แนวคิดการพัฒนา Pavegen เกิดจากการมองเห็นจำนวนก้าวอันนับไม่ถ้วนของเด็กๆ ในโรงเรียน ผู้ผลิตจึงนำพลังงานจลน์จากการเดินมาผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะเดียวกันเด็กๆ ก็เพลิดเพลินด้วยการก้าวเท้าเล่นบนแผ่นเหล่านี้

ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบันที่แหล่งพลังงานจากธรรมชาตินั้นถูกกล่าวว่ากำลังจะหมดไป วันนี้เรามีเทคโนโลยีใหม่อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมานำเสนอ Pavegen คือระบบเทคโนโลยีที่สร้างพลังงานด้วยการเดินเท้า หลักการมีอยู่ว่าเมื่อคุณเดินผ่าน เหยียบ หรือกระทั่งกระโดดใส่แผ่น Pavegen (หรือ Pavegen Slab) ที่ถูกออกแบบมา พลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของคุณ (พลังงานที่มีอยู่ในวัตถุที่เคลื่อนที่) ก็จะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้า และเก็บบรรจุอยู่ในแบตเตอรี่ สามารถนำไปใช้งานได้จริง ยิ่งเดินมากเท่าไร ยิ่งได้พลังงานมากเท่านั้น

เริ่มต้นจากโปรเจ็กต์ในเว็บไซต์ Kickstarter ที่ต้องการนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในโรงเรียน เนื่องจากปริมาณการก้าวเดินของเด็กนักเรียนที่เดินภายในโรงเรียนนั้นมีมาก พลังงานไฟฟ้าที่จะเก็บได้นั้นก็มีมากขึ้นและนำกลับไปใช้ในโรงเรียนเอง อีกทั้งเป็นการสร้างความรับรู้ให้เด็กๆ รู้จักการประหยัดพลังงานและรักษ์สิ่งแวดล้อม ในขณะที่พวกเขาก็เพลิดเพลินกับการเดินเล่นบนเจ้าแผ่นเหล่านี้ด้วย แผ่น Pavegen นี้ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ถูกออกแบบให้สามารถนำไปติดตั้งในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวก ไม่มีรอยต่อที่อาจทำให้ดูเป็นสิ่งแปลกปลอมสะดุดตา กันน้ำและคงทนต่อการใช้งานกลางแจ้ง ในขณะเดียวกันสำหรับบางพื้นที่ก็สามารถใช้เป็นไฟทางเท้า ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ในเวลากลางคืน

หากมนุษย์เพียง 1 คน เดิน 90 ก้าวต่อนาที และเดินทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมง เมื่อครบ 70 ปีเมื่อไร จำนวนก้าวทั้งหมดของคนนั้นจะมากถึง 60 กว่าล้านก้าวด้วยกัน!

Posted in อินเตอร์เน็ต. Tagged with .

Eco House บ้านประหยัดพลังงานสำหรับคนยุคใหม่

บ้านที่ช่วยประหยัดพลังงานหรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Eco House เป็นหนึ่งในรูปแบบบ้านที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหามลพิษที่เกิดขึ้นจากการสร้างบ้านใหม่ ตั้งแต่ตัววัสดุที่ใช้ไปจนถึงระบบการจัดการต่างๆ ภายใน ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งการออกแบบบ้านสมัยใหม่ที่จะช่วยให้เราอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ และลดปัญหาโลกร้อน แถมยังมีส่วนสำคัญในการช่วยประหยัดพลังงานและเงินด้วย เป็นบ้านที่มีเป้าหมายเพื่อการปกป้องสภาพแวดล้อม และนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้โดยให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ อีกทั้งความเชื่อมโยงต่างๆ ของตัวบ้านก็จะต้องมีความเข้ากันได้กับระบบนิเวศน์รอบตัวบ้าน มีส่วนช่วยลดการเกิดมลภาวะที่เป็นพิษทั้งจากวัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านจะต้องทำมาจากวัสดุคุณภาพ ไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้เทคโนโลยีของการสร้างบ้านเพื่อความยั่งยืนต่อทั้งผู้อยู่อาศัยและระบบนิเวศน์ คือความสามารถในการย่อยสลายวัสดุที่ไม่ใช้แล้วให้กลับคืนสู่ธรรมชาติได้อย่างเป็นมิตร โดยการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยเป็นหลักจะไม่เน้นการสร้างไปเพื่อความสวยงามมากนัก แต่จะเน้นไปที่ประโยชน์การใช้สอยเท่าที่จำเป็น ยึดหลักอยู่บนความพอเพียง เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่น้อยนิดได้รับการจัดสรรนำมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งความสวยงามนั้นจะขึ้นอยู่กับการออกแบบตัวบ้าน ทั้งนี้นักออกแบบและสถาปนิกจะช่วยกันในการออกแบบเพื่อสรรสร้างบ้านประหยัดพลังงานให้เข้าถึงชุมชนมากขึ้น สำหรับราคาบ้าน Eco House พอๆ กับบ้านทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบบ้าน Eco House ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืนมากกว่าบ้านในรูปแบบทั่วไป
ซึ่งจะเห็นได้ว่าบ้านในยุคสมัยใหม่จะเริ่มหันมาใช้รูปแบบการประหยัดพลังงานมากขึ้น จากทรัพยากรและปัญหาทางมลภาวะต่างๆ จะช่วยให้ผู้คนเริ่มตระหนัก และเห็นผลกระทบที่กำลังคืบคลานเข้ามาหากยังคงปล่อยให้ธรรมชาติถูกทำลายต่อไป ดังนั้นทางเลือกของบ้าน รูปแบบ Eco House จึงกลายมาเป็นทางเลือกหนึ่งในการประหยุดพลังงานในยุคปัจจุบันได้และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในอนาคตได้อีกด้วย

Posted in อินเตอร์เน็ต. Tagged with .

เซลล์เชื้อเพลิง พลังงานสะอาด ทางเลือกแห่งพลังงานในอนาคต

เมื่อวิวัฒนาการของมนุษย์ ได้พาเรามาถึงจุดที่พลังงานจากซากพืชซากสัตว์ หรือที่เรารู้กันดีในชื่อ “ปิโตรเลียม” ทั้งในรูปแบบ แก๊ส ของเหลว และของแข็ง ที่เป็นพลังงานที่สามารถก่อมลพิษ เนื่องจากกระบวนการเผาไหม้ ก่อให้เกิดแก๊สที่เป็นอันตรายต่อชั้นบรรยากาศที่ปกป้องโลกอยู่ และนี่ก็นับเป็นพลังงานที่ไม่สามารถทดแทนได้ใหม่ เพราะใช้เวลาการผลิตหลายร้อยจนถึงหลักพันปี แต่ถูกใช้อย่างรวดเร็ว และกำลังใกล้จะหมดลงภายในระยะเวลาไม่ถึงชั่วอายุคน

เหตุการณ์นี้ เป็นเรื่องที่ทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักวิทยาศาสตร์ พยายามหาวิธีต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงานที่รูปแบบที่สามารถนำมาใช้ได้ แบบหมุนเวียน เช่น พลังงานจากน้ำมันของพืช เพราะพืชสามารถปลูกได้ใหม่ และผลิตน้ำมันได้เรื่อยๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในกระบวนการผลิตพืชน้ำมัน หรือการปลูกพืชเพื่อผลิตพลังงานประเภทแอลกอฮอล์เช่น หญ้าหวาน อ้อย กากน้ำตาล ก็ทำให้หลายๆ คน เป็นห่วงในแง่ของพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งจะก่อปัญหาให้ขาดแคลนพื้นที่ในการทำการเกษตรเพื่อเป็นอาหารแก่มนุษย์

เมื่อพิจารณาแหล่งพลังงานธรรมชาติ เช่นพลังงาน น้ำ ลม และแสงอาทิตย์ ที่สามารถใช้ได้โดยไม่มีวันหมด ก็นับเป็นตัวเลือกที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามผลที่ได้นับว่าไม่คุ้มค่าเท่าที่ควร เนื่องจากประสิทธิภาพของการผลิตไฟฟ้ายังค่อนข้างต่ำ (พลังงานส่วนใหญ่กลายเป็นความร้อนแทนที่จะเป็นไฟฟ้า) และก่อปัญหาทางธรรมชาติได้

ในกรณีพลังงานน้ำ การสร้างเขื่อนเพื่อผลิตไฟฟ้า ต้องใช้พื้นที่ป่าไม้ค่อนข้างมาก ซึ่งส่งผลต่อระบบนิเวศในบริเวณที่ก่อสร้าง โดยมีผลกระทบโดยตรงต่อ พืช และ สัตว์ป่า ที่อาศัยอยู่ ณ ที่นั้น ๆ นอกจากนี้การสร้างเขื่อน มีผลกระทบต่อความเร็ว และทิศทางการไหลของน้ำที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จึงเป็นที่มาของการสูญพันธุ์ของปลาหลากหลายสายพันธุ์

ในกรณีของพื้นที่ที่มีลมพัดแรง มีการใช้พลังงานทดแทนโดยใช้ลม การสร้างกังหันลมขนาดใหญ่หลายร้อยตัว โดยเรียกชื่อมันว่า “ฟาร์มลม (Wind farm)” มองดูผิวเผิน มันก็ดูจะไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับธรรมชาติ แต่รู้หรือไม่ว่า ฟาร์มลมนี้ มีผลกระทบต่อความเร็ว ทิศทางลม และก่อให้เกิดความแห้งแล้งในบริเวณที่เคยมีลมชื้นพัดผ่าน ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตรกรที่อยู่ใต้กระแสลมเดิม แบบถาวร และฟาร์มลมยังก่อให้เกิดเสียงรบกวนต่อพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย

ทั้งนี้พลังงานแสงอาทิตย์ ที่น่าสนใจและกำลังถูกจับตามอง ก็สร้างปัญหาให้กับธรรมชาติและมนุษย์ เนื่องจากพื้นที่ที่ใช้สำหรับผลิตพลังงานแสงอาทิตย์นั้นไปเบียดเบียนที่อยู่อาศัย พื้นที่การเกษตร และบางครั้งอาจต้องแพ้วถางป่า ซึ่งก่อผลกระทบต่อป่าไม้และสัตว์ป่าได้ในลักษณะคล้ายๆ กับการสร้างเขื่อนเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้านั่นเอง

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ นักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จึงคิดค้นการผลิตพลังงานทดแทนขึ้นมา โดยใช้หลักการทางไฟฟ้าเคมี เปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้า แหล่งพลังงานนี้ถูกเรียกว่า เซลล์เชื้อเพลิง (fuel cell) เซลล์เชื้อเพลิง สามารถเปลี่ยนให้แก๊สไฮโดรเจน หรือ แอลกอฮอล์บางชนิด เช่น เมทานอล เป็นแหล่งพลังงาน ผ่านปฏิกิริยาทางเคมี กับแก๊สออกซิเจนในอากาศ ก่อให้เกิดการวิ่งของ อิเล็คตรอน ซึ่งทำให้เกิดเป็นกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่าเครื่องยนต์เผาไหม้โดยทั่วไป 1 – 3 เท่า โดย เครื่องยนต์ เซลล์เชื้อเพลิงจะมีเซลล์เชื้อเพลิงเป็นส่วนที่ให้พลังงาน

Posted in อินเตอร์เน็ต. Tagged with , .

นวัตกรรมแหล่งพลังงานใหม่แห่งอนาคต

โดยการเก็บเกี่ยวพลังงานเป็นพลังงานรูปแบบใหม่ของโลก ที่ใช้กระบวนการเปลี่ยนแปลงพลังงานจากสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวให้เป็นพลังงานไฟฟ้า และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งทั่วโลกมีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นกว่า 50% และคาดว่าเทคโนโลยีการเก็บเกี่ยวพลังงาน(Energy Harvesting) จะมีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งนี้พลังงานทดแทนเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อการจัดการทางด้านพลังงานของโลกในด้านต่างๆเป็นอย่างมาก ตัวอย่างงานวิจัยการเก็บเกี่ยวพลังงาน(Energy Harvesting) ที่ทางสถาบันได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อเป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมดใหม่ล่าสุดของโลก มีรายละเอียด ดังนี้

1. เครื่องเก็บเกี่ยวพลังงานจากแรงสั่นสะเทือนบนเครื่องจักร : การเก็บเกี่ยวพลังงานจากแรงสั่นสะเทือนโดยใช้หลักการเพียโซเพื่อติดตามสภาพเครื่องจักรเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการเก็บเกี่ยวพลังงานจากแรงสั่นสะเทือนตามเครื่องจักรในโรงงานโดยการนำอุปกรณ์เพียโซบัซเซอร์แบบรับแรงกระแทกไปติดตั้งที่เครื่องจักร เมื่อเครื่องจักรทำงานจะเกิดแรงสั่นสะเทือนไปยังอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานเพียโซบัซเซอร์ และแปลงแรงกระแทกที่ได้เป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีแรงดัน 100 โวลต์ เก็บสะสมไว้ที่ตัวประจุ โดยพลังงานที่เก็บเกี่ยวมาได้นี้จะถูกนำมาใช้เพื่อให้พลังงานกับอุปกรณ์เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิเครื่องจักร โดยเซ็นเซอร์จะส่งข้อมูลตรวจวัดอุณหภูมิไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อติดตามและตรวจสอบคุณภาพเครื่องจักรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและความเสียหายจากเครื่องจักรชำรุดได้ และเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์ชิ้นนี้ให้สามารถเก็บพลังงานได้ในปริมาณมากขึ้น ในอนาคต เครื่องจักรต่างๆในโรงงานจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนที่เครื่องจักรเหล่านี้สร้างขึ้นเองได้ ทำให้การผลิตสินค้าในโรงงานลดต้นทุนจากพลังงานสิ้นเปลืองได้อีกมาก
2. เครื่องเก็บเกี่ยวพลังงานจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย : การเก็บเกี่ยวพลังงานจากข้อต่อหัวเข่าและการเคลื่อนไหวของร่างกาย รูปแบบการเก็บเกี่ยวพลังงานจากการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ หรือการเดินซึ่งจะใช้ส่วนการทำงานของกล้ามเนื้อขาเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในงานวิจัยชิ้นนี้ทำจากสเตปเปอร์มอเตอร์ต่อเข้ากับขาส่วนข้อต่อเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวส่วนขาหรือเกิดแรงเหวี่ยงทำให้แกนสเตปเปอร์มอเตอร์มีการเคลื่อนที่และเกิดเป็นพลังงานไฟฟ้าขึ้นมา ซึ่งโดยปกติแล้วมนุษย์เรามีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทำให้การเก็บเกี่ยวพลังงานจากการเคลื่อนไหวของร่างกายมนุษย์ก่อกำเนิดเป็นพลังงานได้ในปริมาณมาก โดยอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานนี้สามารถเก็บสะสมพลังงานที่ได้จากการเดิน1กิโลเมตรไปใช้ให้พลังงานไฟฟ้ากับอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ขนาดเล็กที่ต้องการพลังงานไฟฟ้าต่ำได้ หรือประมาน 7โวลต์ซึ่งในอนาคตจะสามารถพัฒนาให้เป็นเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้าจากร่างกายมนุษย์เพื่อใช้ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือได้ และหากทุกคนติดอุปกรณ์ชิ้นนี้ไว้กับตัวพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการเคลื่อนไหวนี้ จะกลายเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานสำคัญของโลกได้
3. เครื่องเก็บเกี่ยวพลังงานจากรถเข็นสินค้า : รถเข็นกำเนิดพลังงาน หรือการเก็บเกี่ยวพลังงานจากรถเข็นช็อปปิ้ง
การเก็บเกี่ยวพลังงานจากรถเข็นช็อปปิ้งเป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของผู้คนในปัจจุบันเป็นอย่างมาก โดยในแต่ละวันมีผู้ใช้บริการห้างสรรพสินค้าและรถเข็นช็อปปิ้งสำหรับใส่สินค้าเป็นจำนวนมาก ซึ่งงานวิจัยอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานจากรถเข็นช็อปปิ้งนี้จะสามารถนำไปใช้ประโยชน์กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นๆได้ อาทิ จ่ายไฟให้กับแท็บเล็ตแสดงรายการสินค้า หรือเครื่องตรวจสอบราคาสินค้า โดยอาศัยการหมุนของล้อรถเข็นช็อปปิ้งเป็นส่วนกำเนิดพลังงาน ซึ่งใช้หลักการเหนี่ยวนำที่สามารถแปลงพลังงานกลเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ และเมื่อล้อรถเข็นหมุนด้วยความเร็ว 2.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อุปกรณ์กำเนิดพลังงานจะเก็บสะสมพลังงาน และแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้ และในอนาคตอุปกรณ์ชิ้นสามารถพัฒนาให้เก็บพลังงานได้มากขึ้น และเป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญของห้างสรรพสินค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ต
4. พื้นกำเนิดพลังงาน : พื้นกำเนิดพลังงานจากเพียโซอิเล็กทริก งานวิจัยที่กำเนิดพลังงานจากศาสตร์เพียโซอิเล็กทริก มีเป้าหมายในการเก็บเกี่ยวพลังงานที่เกิดขึ้นอย่างสูญเปล่ารอบๆ ตัวเรา และเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้เป็นพลังงานที่สามารถใช้งานได้ โดยพื้นกำเนิดพลังงานจากเพียโซอิเล็กทริกเป็นการเก็บพลังงานจากการเดินผ่าน หรือการกดทับ และเมื่อมีการเหยียบเป็นจำนวน 15 ครั้ง โดยที่ผู้เหยียบมีน้ำหนัก 52 กิโลกรัม ทำให้ได้พลังงานไฟฟ้าสูงสุดประมาณ 23 มิลลิจูล ซึ่งหากนำอุปกรณ์ชิ้นนี้ไปติดตั้งในที่สาธารณะที่มีคนพลุกพล่าน อาทิ สถานีรถไฟฟ้าสยาม ซึ่งมีผู้ใช้บริการประมาณ 112,600 คนต่อวัน พื้นกำเนิดพลังงานขนาด 19 x 33 เซนติเมตรนี้จะสามารถเก็บพลังงานได้กว่า 26 กิโลจูลต่อวัน และนำพลังงานที่เก็บสะสมได้นี้ไปใช้จ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แรงดันไฟฟ้าต่ำได้ และหากสถานีรถไฟฟ้าหนึ่งๆ ติดตั้งพื้นกำเนิดพลังงานนี้ไว้ทั่วสถานี จะยิ่งเพิ่มพลังงานที่ได้มากขึ้นไปอีก ซึ่งจะทำให้พื้นกำเนิดพลังงานนี้กลายเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ไม่มีวันหมดไปได้

Posted in อินเตอร์เน็ต. Tagged with , .

พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และจำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

พลังงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์และจำเป็นต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่การตอบสนองความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นตามการเพิ่มของประชากรโลก ด้วยการใช้ระบบพลังงานที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งมีอยู่จำกัดและได้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกนั้น มิได้เป็นหนทางแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะนอกจากจะไม่ตอบสนองต่อความต้องการใช้ในระยะยาวแล้ว ยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

เพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สถาบันให้ความสำคัญต่อเรื่องพลังงานมาตั้งแต่ปี 2536 โดยมีเป้าหมายการศึกษาวิจัยและดำเนินงานเพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์และสร้างความสมดุลการใช้พลังงานที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ ให้ประเทศมีความมั่นคงทางด้านพลังงาน ลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

นอกจากการส่งเสริมพลังงานทางเลือก พลังงานสะอาด เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งเป็นการสร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงาน เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศแล้ว ในปี 2547-2551 สถาบันได้ส่งเสริมการลดใช้และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรมผ่านเครื่องมือหรือกระบวนการที่ยอมรับในต่างประเทศ คือ การจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์ (Total Energy Management, TEM) ที่เน้นการส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปให้คำปรึกษาเชิงลึกแก่โรงงานจำนวนมากกว่า 200 โรงงาน การแลกเปลี่ยนรู้จากการปฏิบัติจริง ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำให้เกิดการลดการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 600 ล้านบาทต่อปี รวมถึงได้จัดทำคู่มือในการตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์และเครื่องจักรการใช้งานเพื่อให้โรงงานสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองในอนาคต

นอกจากการใช้กระบวนการการจัดการพลังงานแบบสมบูรณ์แล้ว สถาบันยังใช้เครื่องมือและวิธีการอื่นๆ เพื่อมุ่งสู่การลดการใช้พลังงานและการสร้างพฤติกรรมให้แก่ทุกภาคส่วนตามบริบทที่แตกต่างกัน อาทิ สังคมคาร์บอนต่ำ กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) การผลิตที่สะอาด (Cleaner Production) เทคโนโลยีที่สะอาด (Cleaner Technology) ฉลากลดคาร์บอน และฉลากเขียว เป็นต้น ซึ่งดำเนินงานทั้งในระดับผู้ประกอบการ โรงเรียน ท้องถิ่น ประเทศ และระดับภูมิภาค เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดต้นทุนการประกอบการหรือกิจกรรม ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจสำคัญให้การพัฒนา และการจัดการพลังงานตามแนวทางที่สร้างสรรค์เหล่านี้ยกระดับและขยายวงกว้างมากยิ่งขึ้น

Posted in อินเตอร์เน็ต. Tagged with .

การสร้างสรรค์พลังงาน ระหัดวิดน้ำ ยุคAEC

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เปิดตัวกังหันลมพร้อมระหัดวิดน้ำ ยุค AEC โดยใช้พลังงานลมที่มีประสิทธิภาพในการจัดการน้ำดีกว่าแบบที่ใช้ปัจจุบันกว่า 2 เท่าระหัดวิดน้ำใช้เพื่อการบริหารจัดการน้ำจากแม่น้ำผันเข้าสู่การทำการเกษตร การเพาะปลูกในหลากหลายประเภท อาทิ การทำนาข้าว การทำสวน การทำนาเกลือ ฯลฯ ซึ่งระหัดวิดน้ำที่ใช้โดยแพร่หลายในปัจจุบันต้องใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งประสบปัญหาการสูญหาย ค่าใช้การบำรุงรักษา ค่าใช้จ่ายด้านราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น

view_resizing_images

ระหัดวิดน้ำ ยุคAEC ลักษณะการทำงานของนวัตกรรมระหัดวิดน้ำโดยกังหันลมทำหน้าที่ในการรับพลังงานลมและแปลงเป็นพลังงานกลในรูปของแรงบิดจากการหมุนของเพลากังหัน แรงบิดจากการหมุนจะถูกส่งผ่านล้อส่งกำลัง และส่งผ่านโซ่หรือสายพานส่งกำลังเพื่อไปขับวงล้อของใบระหัด ทำให้ใบระหัดเกิดการเคลื่อนที่ไปตามรางและกวาดน้ำลำเลียงไปตามรางเพื่อส่งต่อไปยังพื้นที่ที่ต้องการ โดยความพิเศษนั้นใช้ตลับลูกปืนมาเป็นตัวเชื่อมเพื่อถ่ายทอดแรงที่เกิดขึ้นจากเพลาลงไปสู่ชิ้นส่วนอื่นๆ และลดแรงเสียดทานระหว่างผิวสัมผัส ทำให้ช่วยเพิ่มสมรรถนะการทำงานของชิ้นส่วนที่มีการเคลื่อนที่ ลดการสึกหรอ ตลับลูกปืนมักจะผลิตโดยใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการทำงานและประโยชน์สูงสุด สามารถใช้งานได้ยืดยาวนานทนทานต่อความร้อนและแรงเสียดทานได้ดี ไม่แตกหรือเสียระหัดวิดน้ำโฉมใหม่นี้ มีต้นทุนถูกลงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการวิดน้ำได้สะดวกรวดเร็ว ตลอดจนผสมการทำงานเป็น 3 ระบบ ได้แก่ พลังงานไฟฟ้าพลังงานนำมันเชื้อเพลิงและพลังงานลม

Posted in อินเตอร์เน็ต.